รายงานพิเศษ
การพัฒนาท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Port) ไม่ได้หยุดอยู่แค่ติดตั้งเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่คือการยกระดับทั้งกระบวนการทำงานให้รวดเร็ว โปร่งใส และเชื่อมโยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
‘ความปลอดภัย’ และ ‘สิ่งแวดล้อม’ คือสองเสาหลักของการดำเนินงานท่าเรือ โดยเฉพาะเมื่อพูดถึง ‘สินค้าอันตราย’ ที่ต้องได้รับการจัดการอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานสากล เช่น ประมวลข้อบังคับว่าด้วยการขนส่งสินค้าอันตรายทางทะเลระหว่างประเทศ (IMDG Code) และระเบียบของการท่าเรือแห่งประเทศไทย
ความร่วมมือระหว่าง ท่าเรือระนองของไทย และ ท่าเรือจิตตะกอง (จัตโทแกรม) ของบังกลาเทศ ภายใต้กรอบความร่วมมือ BIMSTEC กลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่น่าจับตามองในเวทีโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค การจับคู่ 2 ท่าเรือหลักนี้ไม่เพียงช่วยเสริมศักยภาพการค้าระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ แต่ยังตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางการขนส่งทางทะเลฝั่งอันดามัน และถือเป็นโอกาสทองที่จะขับเคลื่อนการค้าและเชื่อมโยงเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ
การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เดินหน้าขับเคลื่อน ‘ท่าเรือกรุงเทพ’ ให้ก้าวสู่ ‘Smart & Green Port’ เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานให้ทันสมัยตามมาตรฐานสากล และมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุด ‘Zero Pollution’ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชนรอบข้าง และคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมภายใต้แนวคิด Green Port หรือ ‘ท่าเรือสีเขียว
การท่าเรือแห่งประเทศไทย’ ชวนทำความรู้จักกับ BIMSTEC หนึ่งในกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในขณะนี้ โดยเฉพาะในแวดวงการขนส่งทางเรือของไทย ที่ได้เปิดเส้นทางเชื่อมโยง ‘ท่าเรือระนอง’ เข้าสู่เครือข่ายความร่วมมือนี้ในฐานะประตูสู่ฝั่งอันดามัน ที่พร้อมยกระดับสู่การเป็น Gateway Port เชื่อมภูมิภาคอ่าวเบงกอล เข้ากับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ ซึ่งจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสใหม่บนเส้นทางการค้าระดับภูมิภาคที่โลกต้องจับตา
🤝🏻 ท่ามกลางกระแสการเติบโตของเศรษฐกิจภาคตะวันออก ‘ท่าเรือแหลมฉบัง’ เป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่น่าจับตามองมากที่สุดในเวลานี้ เพราะเป็นท่าเรือที่มีบทบาทเป็น ‘Gateway Port’ เชื่อมโยงการค้าไทยกับภูมิภาคเอเชีย